dot
dot
นายกิตติวัฒน์ เลิศฤทธิ์ชัยกิจ นายกเทศมนตรีตำบลโคกพุทรา
dot




เพลงเรือ article

​         เพลงเรือ  เป็นเพลงพื้นบ้านที่สืบทอดกันมาช้านาน  และเกี่ยวเนื่องกับขนบธรรมเนียม  ประเพณีอันดีงาม    บ่งบอกถึงความผูกพันที่ชาวบ้านมีต่อสายน้ำ    ใช้ขับร้องขณะพายเรือในขบวนแห่ชักพระทางน้ำ ในวันพระเสด็จคือวันแรม  ๑  ค่ำ เดือน  ๑๑ หรือในวันทอดกฐิน

​         วิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้านที่ผ่านมา    มีความเป็นอยู่ที่ผูกพันกับสายน้ำ   ซึ่งนำความชุ่มชื่นมาสู่ชีวิตให้ชาวบ้านได้ประกอบอาชีพในการทำมาหากินและมีการคมนาคมติดต่อระหว่างกัน  ในขบวนแห่พระทางน้ำนั้น   จะมีการจัดตกแต่งเรือพระอย่างสวยงาม มีขบวนเรือพายลากจูงกันยาวเหยียด    เรือเหล่านี้มีหลายประเภท   เช่น   ประเภทเรือยาวซึ่งใช้สำหรับพายเรือแข่งกัน  เรือสวยงาม    เรือตลกขบขัน    เรือแม่ค้า    เรือขี้เมา   ฯลฯ    จะพายไปถึงที่ตามที่ตกลงกันว่าไปรวมตัวกันที่วัดไหน    ขณะพายเรือไปนั้นก็ร้องรำทำเพลง    พายเกาะกันเป็นกลุ่ม ๆ   หยอกเอินกันไปต่าง ๆ  ประกอบกับความเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอน    แม้จะไม่มีกฏเกณฑ์ข้อบังคับมากนัก    แต่ก็เป็นคำคล้องจองที่เรียบง่ายไพเราะด้วยอรรถรสจึงเป็นที่มาของ  “เพลงเรือ”

​         ผู้เล่นเพลงเรือ    ได้แก่   ทุกคนในลำเรือซึ่งเป็นเรือหญิงหรือเรือชายล้วนทั้งลำ    มีผู้ร้องนำเรียกพ่อเพลงหรือแม่เพลง    ส่วนฝีพายทุกคนเป็นลูกคู่    เรือลำหนึ่ง ๆ   มีผู้ร้องนำและลูกคู่ตั้งแต่  ๗  คน  ซึ่งเป็นเรือเล็ก ๆ   จนถึง  ๒๐ - ๓๐  คน   สุดแท้แต่ขนาดของเรือ    ในวันนั้นท้องน้ำเต็มไปด้วยเรือมากมาย  เสียงขับร้องเพลงเรือดังไปทั้งลำน้ำด้วยไหวพริบปฏิภาณ    ว่ากันสด ๆ   สลับกับเสียงโห่ฮา  ด้วยความสนุกสนานสำราญใจ

​         เนื้อเพลงเรือมีทั้งแบบชมโฉมและแบบชิงชู้   แบบชมโฉมเป็นการชมนาง   ชมไม้  ชมความงามอื่น ๆ    และพรรณนาเรื่องราวต่าง ๆ    ส่วนแบบชิงชู้เป็นการร้องว่าแก้กันเป็นคู่ ๆ  (คู่ลำเรือ)  จะว่ากันคนละคราวหรือคนละบทก็ได้ตามความพอใจ

          เพลงเรือ เป็นเพลงพื้นบ้านประเภทหนึ่งซึ่งมีเกือบทุกภาคของประเทศไทย เช่น เรียกว่าเห่เรือบ้าง เพลงเรือบ้าง สำหรับที่จังหวัดชุมพรประเพณีการเล่นเพลงเรือเป็นเพลงที่เล่นควบคู่กับการชักพระทางน้ำ วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกปี เป็นวันที่พระสงฆ์ออกพรรษา วันนี้ถือว่าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์สู่เมืองมนุษย์ เพื่อโปรดสมเด็จพระพุทธมารดา พุทธศาสนิกชนทั้งหลายต่างก็ไปวัดเพื่อบำเพ็ญกุศล มีการตักบาตรเทโวบ้าง ทำบุญเลี้ยงพระบ้าง ในวันดังกล่าวนี้ถือว่า “เป็นวันพระเสด็จ” ได้จัดให้มีกระบวนแห่ทางบกบ้าง ทางน้ำบ้าง ขบวนแห่ทางน้ำนั้นได้ตกแต่งเรือพระอย่างสวยงาม และขบวนเรือพายลากจูงกันยาวเหยียดมีเรือหลายประเภท เช่น ประเภทเรือยาวพายแข่ง เรือสวยงาม เรือตลกขบขัน เป็นต้น ตามแต่จะตกลงกันว่าจะนัดรวมกันที่ไหนซึ่งเป็นที่เหมาะสม และขณะที่พายเรือไปนั้นก็มีการร้องรำทำเพลงไปด้วย เรียกว่า “เพลงเรือ” เมื่อถึงจุดนัดหมายก็จะมีการจัดกิจกรรมกันอย่างสนุกสนาน เช่น แข่งเรือ เมื่อถึงกลางคืนก็มีการจัดทำบุญสมโภชองค์พระพุทธที่แห่กันมา เพลงเรือนั้นนอกจากใช้ร้องในวันแห่พระแล้วยังใช้ร้องในวันทอดกฐินทางน้ำอีกด้วย ประเพณีการเล่นเพลงเรือมีมานานร่วม ๒๐๐ ปี ผู้เล่นเพลงเรือได้แก่ทุกคนในเรือ มีพ่อเพลงหรือแม่เพลงคนหนึ่งเป็นผู้ร้อง ฝีพายในเรือเป็นลูกคู่รับตามท่วงทำนองของเพลงเรือตั้งแต่ ๒ คน หรือ ๒๐–๓๐ คน

ชาย : เดือนสิบเอ็ดน้ำนอง เดือนสิบสองน้ำทรง พี่ก็ลากเรือลง.... ในคงคาพายเรือตุ๋ม ๆ จนเหงื่อชุ่มไหลโชกมาถึงหน้าวัดโคกพุทรา  ได้ยินสำเนียงคล้ายดังเสียงพิณ เสียงใครเขาทอดกฐิน...หรือผ้าป่าเสียงฉิ่งเยงฉาบเสียงกลับดังแกระ ฉันก็วาดเรือแวะเข้ามาหาเอาเรือเกยตลิ่งวิ่งขึ้นบนเวที มาเจอแม่สุนทรี...ทายิกา  เป็นญาติเป็นมิตรสนิทสนม นั่นก็แม่บุญสม เขาก็มา ฌอ้แม่สุนทรีอย่าให้พี่ขายหน้า เชิญแม่คิ้วโก่งไปลงนาวา จะพาน้องไปว่าเพลงเรือเอย

หญิง : ได้ยินเสียงชายเข้าหมายเชิญชวน แม่สาวน้อยหน้านวล...ให้ประหม่า จึงตอบหัวข้อไปกับพ่อยุพิน เขามีงานทอดกฐินผ้าป่า ฉันมากันหลายท้ังหนุ่มใหญ่สาวน้อย ฉันจะมาเล่นเพลงฉ่อย...เอ่ชา จะให้ว่าเพลงเรือฉันยังจะเหลือจะหลัก ตัวน้องก็ยังหนัก...อุรา จะไม่เล่นไม่ร้องจะหาว่าน้องตัว ฉันก็เลยหวี...ผัดหน้า ฉันจะไม่ให้พี่ชายอายชาวโคกพุทรา น้องก็เลยเดินตรงไปลงนาวาตามพี่ชายไปว่าเพลงเรือเอย 

พิธีบวงสรวงแม่ย่านางเรือ
​         ตั้งแต่สมัยโบราณ การทำเรือจะใช้ไม้ทั้งต้นตัดให้ได้ขนาดว่าจะทำเรือยาวเท่าไร แล้วใช้เครื่องมือขุดเอาไฟเผาให้กว้างขึ้น เรียกว่า   “การเบิกเรือ” ส่วนมากจะใช้ไม้ที่เทพารักษ์หรือนางไม้สิงสถิตย์อยู่ นิยมใช้ไม้ตะเคียนเพราะถือว่านางไม้ที่คุ้มครองมีเดชานุภาพมาก เมื่อมีการบวงสรวงอย่างถูกวิธีจะทำให้เจ้าของเรือและผู้ที่อยู่ในเรือมีความสุขความเจริญ มีความปลอดภัยจะไม่มีอันตรายใด ๆ เกิดขึ้น เพราะเทพารักษ์และนางไม้ที่รักษาต้นไม้ เรียกว่า “แม่ย่านางเรือ”
​         ก่อนที่จะเอาเรือลงน้ำจะต้องทำพิธีบวงสรวง คือ นำเครื่องสังเวยรางวัลให้ถูกต้องตามแบบตำราโบราณ เพื่อเชิญแม่ย่านางลงในเรือ ผู้ทำพิธีบวงสรวงจะต้องมีความรู้ศึกษาเล่าเรียนมาอย่างถูกต้องตามวิธีการ ตามตำรากล่าวไว้ว่าจะต้องบูชาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีเดชานุภาพแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย รวมทั้งพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์ ตลอดถึงพระอริยสงฆ์พุทธสาวกและเชิญเทวดาทั้งหลายในสมันตรจักรวาลทั่วไตรภพ ภูมิเทวดาที่เนาว์อยู่ในพสุธาพฤกษอรัญญบรรพต ตลอดถึงเทวดาที่สถิตย์อยู่ในสวรรค์ชั้นกามาพจรและพรหมภพ ทั้งกุมกัณฑ์ คนธรรพ์ นาคและเทพเจ้าที่อยู่ในอากาศทุกแห่งหน ทั้งท้าวธตรฐ ท้าววิรุฬหก ท้าววิรุฬปักษ์ ท้าวกุเวรุราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระหลักเมือง และนางไม้ผู้คุ้มครองปกปักรักษาเรือ ให้พายเรือได้คล่องแคล่วคุ้มครองฝีพายและผู้ที่อยู่ในเรือให้ทุกคนมีความปลอดภัย
เครื่องสังเวยในพิธีบวงสรวงแม่ย่านางเรือ มีดังนี้
๑. บายศรี ๑ คู่ ๑๔. ขนมทองหยอด
๒. ปลาแป๊ะซะ ๑๕. ขนมฝอยทอง
๓. ปูต้ม ๑๖. ข้าวตอก
๔. กุ้งต้ม ๑๗. น้ำ
๕. หัวหมู ๑๘. เผือกต้ม
๖. เป็ดต้ม ๑๙. มันต้ม
๗. ไก่ต้ม ๒๐. ไข่ต้ม
๘. ขนมต้มแดง-ขนมต้มขาว ๒๑. ยำปลากรอบ
๙. ขนมหูช้าง ๒๒. กล้วย
๑๐. ขนมเล็บมือนาง ๒๓. ผลไม้
๑๑. ขนมถั่วงา ๒๔. มะพร้าวอ่อน
๑๒. ขนมเม็ดขนุน ๒๕. ดอกไม้

๑. นายกมล สกุลธรรมรังสี      อายุ ๗๙ ปี       ที่อยู่ : ๘๓ หมู่ ๑ ต.โคกพุทรา อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง

๒.นายทองหล่อ น้อยแสง       อายุ ๗๖ ปี       ที่อยู่ : ๗๕ หมู่ ๒ ต.โคกพุทรา อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง 

๓. นายธวัช ทองแท้              อายุ ๖๕ ปี       ที่อยู่ : ๘๓ หมู่ ๑ ต.โคกพุทรา อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง

๔.นายชะลอ พยัคฆานนท์       อายุ ๖๕ ปี       ที่อยู่ : ๗๗ หมู่ ๒ ต.โคกพุทรา อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง

๕. นายยล รุ่งสาง                  อายุ ๖๔ ปี       ที่อยู่ : ๔๓ หมู่ ๓ ต.โคกพุทรา อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง

๖. นางสุนทรี แตรสังข์            อายุ ๖๗ ปี       ที่อยู่ : ๓ หมู่ ๒ ต.โคกพุทรา อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง

๗.นางเสริม ศรีสวัสดิ์              อายุ ๗๖ ปี       ที่อยู่ : ๔๓ หมู่ ๒ ต.โคกพุทรา อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง

๘. นางสม เพิ่มศรี                  อายุ ๘๕ ปี       ที่อยู่ : ๗๔ หมู่ ๒ ต.โคกพุทรา อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง

๙.นางวันเพ็ญ สุขคง               อายุ ๕๑ ปี       ที่อยู่ : ๑๑ หมู่ ๑ ต.โคกพุทรา อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง

๑๐. นางมณี เลิศลภ                อายุ ๗๑ ปี       ที่อยู่ : ๔ หมู่ ๓ ต.โคกพุทรา อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง

๑๑. นางบังเอิญ เปลี่ยนแม้น      อายุ ๕๕ ปี       ที่อยู่ : ๖๖ หมู่ ๒ ต.โคกพุทรา อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง

๑๒. นางบาง รุ่งสาง                 อายุ ๖๓ ปี       ที่อยู่ : ๑๑๘ หมู่ ๑ ต.โคกพุทรา อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง

๑๓. นางสาวคิด จันทร์เทวี         อายุ ๖๖ ปี       ที่อยู่ : ๕๖/๑ หมู่ ๑ ต.โคกพุทรา อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง

๑๔.นางบุญชู พงษ์ช้าง             อายุ ๖๔ ปี       ที่อยู่ : ๑๐๖ หมู่ ๑ ต.โคกพุทรา อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง

          

      




มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม สาขาศิลปะการแสดง

ระนาดเอก article
วงษ์ปี่พาทย์ article
ลิเก article
รำโทน article